Anime-Comic

2011/Aug/27

Tiger & Bunny เป็นอนิเมแนวฮีโร่ที่ออกแนวเสียดสีฮีโร่ในแง่มุมที่น่าสนใจหลายประเด็น
ซึ่งผมจะเขียนรีวิวเร็วๆนี้หละครับ
 
ส่วนตอนนี้เราไปดูรูปเปรียบเทียบที่แฟนๆชาวญี่ปุ่นเขาจัดมากันดีกว่า
 
 
 
แถวที่หนึ่ง
ผู้มีพลังพิเศษ Next กับ มิวแทนต์

แถวที่สอง
ไฟเยอร์เอมเบลม กับ ซันไฟร์
(ฮีโร่ของมาเวล ตัวละครจากX Men เป็นมิวแทนต์ที่ใช้พลังไฟได้ เคยถูกทาบทามให้เข้าทีมX Men แต่เขาปฏิเสธไป)

แถวที่สาม
คาเอเดะกับ Rogue
มีพลังพิเศษในการก็อปปี้พลังพิเศษของผู้อื่นได้ แต่ของโร้กนั้นค่อนข้างแรงกว่าเพราะคนที่โดนจะสูญเสียพลังไปด้วย

แถวที่สี่
ลุงเมคานิก กับลูเซียส ฟ็อกส์
นักวิจัยที่ออกแบบชุดกับรถให้ฮีโร่

แถวที่ห้า
พอลลี่ กับ เอ็มม่าฟรอสท์และด็อกเตอร์ดูม
พอลลี่มีพลังในการเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นเพชรเช่นเดียวกับเอ็มม่า แต่หน้าตากลับเหมือนหน้ากากด็อกเตอร์ดูมแทน

แถวที่หก
เอ็ดเวิร์ด กับ ชาโดว์แคท
มีพลังในการทะลุผ่านสิ่งของเหมือนกัน
(ตรงนี้ขอค้านนิดๆ เพราะผมว่าเอ็ดเวิร์ดเหมาะกับแซนด์แมนจากสไปเดอร์แมนมากกว่า)

แถวที่เจ็ด
ไลโอเนล ฮอว์ค กับ หญิงล่องหน
.........

แถวที่แปด
มิสเตอร์ฮอปเปอร์กับโท้ด
มีที่มาจากสัตว์เหมือนกัน

แถวที่แปด
โลโก้สปอนเซอร์บนชุด

แถวที่เก้า
ภายในหมวก

แถวที่สิบ
ท่าอุ้มแบบเจ้าหญิง

แถวที่สิบเอ็ด
ความตายที่ผลักดันให้เด็กน้อยกลายเป็นฮีโร่

แถวที่สิบสอง
พลังฟื้นตัว

แถวที่สิบสาม
ท่าโหนเชือกของลุงเสือกับใยของสไปเดอร์แมน

แถวที่สิบสี่
โอบาม่า

รูปของแถม
รูปแบทแมนนั่น คือแบทแมนจากลายเส้นของอ.คาซึระผู้เขียนZetman และ วิงแมน
 
 
เครดิตรูปจากบอร์ด Tirkx
http://elise.tirkx.com/main/viewtopic.php?t=75327
 

 
 
 

2011/Jan/07



จากกรณีกฏหมายมาตรา156ว่าด้วยการควบคุมสื่อที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมสำหรับผู้ชมอายุไม่ถึง18ปี ผ่านการลงคะแนนพิจารณาไปเมื่อ15ธันวาคมที่ผ่านมา
สร้างความไม่พอใจให้แก่คอการ์ตูนส่วนหนึ่งในเรื่องข้อความบางส่วนไม่ระบุขอบเขตที่ชัดเจน จนมีกรณีการแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสงบจากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมการ์ตูนไปบ้างแล้ว
คราวนี้เรามาดูการแสดงคิดเห็นต่อกรณีนี้ด้วยการ์ตูน(โดจินชิ)ล้อเลียนกันบ้างดีกว่า
 
http://image.ohozaa.com/i/64e/idiotsguide2bill156_cover1.jpg
โดจินเล่มนี้เขียนโดยนายทาเคชิ โนงามิ วางจำหน่ายในงานคอมิคมาร์เก็ต ณ กรุงโตเกียวเมื่อวันที่31ธันวาคม แน่นอนว่าโดจินเล่มนี้ระบุเรทไว้ชัดเจนว่า"อ่านได้ทุกวัย"
เนื้อหาของโดจินเล่มนี้ กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติต่อมาตรา156 บทความวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ

แปลคร่าวๆ
"นี่จะเป็นจุดจบของยุคสมัยอันแสนสงบหรือ?"
"เปล่าเลย! นี่เป็นรุ่งอรุณของยุคสมัยใหม่ต่างหาก!"
"เราจะบอกวิธีสนุกไปกับยุคสมัยใหม่ที่มาถึงนี้ หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วหละ"

รวมถึงแซวนายอิชิฮาร่า ชินทาโร่ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว ในแบบสนุกสนานเฮฮา
และถึงจะมีการล้อเลียน นายอิชิฮาร่า ชินทาโร่แต่ก็จะเป็นไปในทางขำๆเสียมากกว่า

รูปของนายอิชิฮาร่าและส.ส.ท่านอื่นที่โดนยำในรูปแบบต่างๆ

แบบฤทธิ์หมัดดาวเหนือ มาดดุจบอสใหญ่

แบบBL

และสุดท้าย แบบ...โมเอะ เชื่อแล้วว่าคนญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นวัตถุโมเอะได้จริงๆ


Source & Credit
สามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแบบเต็มๆได้ที่นี่(เพราะที่ผมพิมพ์นั้น ย่อไปเยอะครับ)
บล็อกภาษาอังกฤษของผู้แปลภาษาอังกฤษประกอบในเล่ม คุณDan Kanemitsu
http://dankanemitsu.wordpress.com/2010/12/26/monkey-business-counterattack-on-bill-156-doujin-style/

บล็อกของผู้เขียนโดจินเล่มนี้
http://www.firstspear.com/sarutore/


เท่าที่ดูตัวอย่างคร่าวๆ ขนาดเรื่องที่เหมือนเครียดๆยังเอามาเล่นเป็นเรื่องขำๆได้ด้วยแฮะ  แถมเท่าที่อ่านเรื่องย่อ คนเขียนเค้าก็ไม่ต่อต้านเพียงแต่ไม่สนับสนุน เลยมาเขียนฮาวทูทำการ์ตูนยังไงไม่ให้โดนมาตรา156เล่นแทน

edit @ 7 Jan 2011 20:50:21 by Jin จอมเวทแว่นหนา

edit @ 7 Jan 2011 23:34:12 by Jin จอมเวทแว่นหนา

2011/Jan/07

 เอาหละๆ ไม่ได้อัพบล็อกซะนานเลย

สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกับกระทู้ประจำปี(หรือเอนทรี่บนบล็อก)ของผมอีกครั้ง
ปี2553ที่ผ่านไป มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายทั้งร้ายและดี ไม่ว่าเรื่องที่อยู่ดีๆก็ฮึดจับGundam Souseiมาแปลไทยซะ5ตอน(กำลังคิดอยู่ว่าจะแปลต่อดีมั้ยเนี่ย เว็บแสกนก็ไม่มีให้เซฟซะแล้ว) หรือเรื่องที่ติดเฟสบุ๊คเพลินไปหน่อยจนไม่ได้อัพบล็อก เรื่องที่ฮึดเข้าร่วมแต่งฟิกประกวดBakuman Challengeที่บอร์ดพ็อคเก็ต ไปจนถึงเรื่องที่ในที่สุดก็เก็บเงินพอซื้อคอมใหม่ได้เสียที ... อะแฮ่ม ขอกลับเข้าเรื่องบันทึกประจำปีกันก่อนที่คนเขียนจะพล่ามเพลินเกินไปก่อนนะครับ

อนึ่ง เนื้อหาในบทความนี้ เขียนขึ้นจากมุมมองของผมแต่เพียงผู้เดียว หากมีเหตุการณ์ใดตกหล่น ไม่โดนใจหรือไม่ครบถ้วน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

1. ต้นสังกัดการ์ตูนญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องการแสกนและสปอยล์
ในปีนี้ทางต้นสังกัดการ์ตูนค่ายต่างๆ ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนโดยเฉพาะเว็บไซต์ที่แสกนผลงานแจกเพื่อแสวงหากำไรจนส่งผลกระทบให้ยอดขายหนังสือลดลง ตามเนื้อหาข่าวนี้
http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-06-08/u.s-japanese-publishers-unite-against-manga-scan-sites
โดยเริ่มจากการแจ้งเตือนไปยังเว็บไซต์ต่างๆจนเว็บแสกนหลายแห่งต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ก็หยุดแจกไปเลย
และยังตามมาถึงการสปอยล์เนื้อหาเป็นตอนๆตามเว็บบอร์ดอีกด้วย เล่นเอาหลายๆคนต้องปรับตัวในการติดตามอ่านเรื่องที่ตัวเองระหว่างรอพิมพ์กันเลยทีเดียว

2. เคน อาคามัตสึ เปิดเว็บแจกแสกนแนวใหม่
ท่ามกลางการเข้มงวดเรื่องการแจกแสกนมังกะแบบผิดกฏหมาย อ.เคน อาคามัตสึ เจ้าของผลงานดังเช่นLove Hinaบ้านพักอลเวง และคุณครูจอมเวท เนกิมะ ได้ออกไอเดียใหม่โดยการเป็นเว็บดาวน์โหลดการ์ตูนฟรีเองเลย โดยแลกกับค่าโฆษณาในเว็บไซต์ เริ่มจากผลงานดังในอดีต Love Hinaเป็นเรื่องแรก(ในปัจจุบัน สนพ.โคดันฉะหยุดการพิมพ์ฉบับรวมเล่มของเรื่องนี้ไปแล้ว) ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากบรรดานักโหลดจนอ.เคนถึงกับตัดพ้อในทวีตเตอร์ว่า ยอดโหลดหลักแสน แต่ยอดกดซื้อของทางเว็บไซต์ที่ลงโฆษณาแทบไม่มีเลย
ปัจจุบันนี้เว็บไซต์ดังกล่าวยังคงเปิดอยู่และได้ข่าวมาว่ามีรายรับเพิ่มขึ้นจากช่วงทดลองจนมีโครงการจะขยายไปยังผลงานของอ.ท่านอื่นๆรวมถึงโดจินชิอีกด้วย
ผู้ที่สนใจ สามารถแวะไปชมได้ที่เว็บไซต์
http://www.j-comi.jp/


3. ซัมเมอร์วอร์คว้ารางวัลต่างๆมากมาย
ไม่เกินความคาดหมายเมื่อภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Summer Wars กวาดรางวัลในงานโตเกียวอนิเมชั่นอวอร์ด2010ไปมากมายได้แก่
- ผลงานอนิเมชั่นยอดเยี่ยมแห่งปี - Summer Wars
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม - โฮโซดะ มาโมรุ
- เนื้อเรื่องต้นฉบับยอดเยี่ยม - โฮโซดะ มาโมรุ
- สกรีนเพลย์ยอดเยี่ยม - โอคุเดระ ซาโตโกะ
- กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม - ทาเคชิเงะ โยจิ
- ออกแบบตัวละครยอดเยี่ยม - ซาดาโมโตะ โยชิยูคิ
ข้อมูลจาก
http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-02-16/summer-wars-wins-tokyo-anime-fair-top-award-6-more
นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา "Best Animated Feature category of the 83rd Academy Awards"ในรอบคัดเลือกซึ่งรายชื่อภาพยนต์ที่เข้ารอบอย่างเป็นทางการนั้น จะประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ปี2011อีกครั้งหนึ่ง
เห็นความแรงแล้ว อยากให้เรื่องนี้มีLCในไทยเหมือนกันแฮะ ขนาดของดีที่ไม่ค่อยมีกระแสอย่างThe Girl Who Leapt Through Time หรือการ์ตูนเก่าๆของGhibliยังอุตส่าห์มีคนLCเข้ามาในไทยได้เลยนี่นา


4. การจากไปของอ.ประยุตเงากระจ่าง และ ซาโตชิ คอน
ในปี2553ที่ผ่านมามีการสูญเสียคนสำคัญของวงการการ์ตูนไปไม่น้อยเช่นเดียวกับปีที่ผ่าน แต่ที่โด่งดังที่สุดคงเป็นการจากไปของสองท่านนี้
อ.ปยุต เงากระจ่าง ผู้เปิดตำนานภาพยนตร์การ์ตูนของประเทศไทย ได้เสียชีวิตในวันที่ 27 พฤษภาคม ปี2553
อ.ซาโตชิ คอน ผู้กำกับผู้มีผลงานดังๆเช่น Millenium Actress, Paprika และTokyo God Father เสียชีวิตลงในวันที่ 24 สิงหาคม ปี2553
ขอไว้อาลัยแด่ทั้งสองท่านรวมถึงบุคคลบันเทิงท่านอื่นๆซึ่งจากไปในปี2553นี้
ขอขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆไว้ให้คนรุ่นหลังด้วยครับ
 
5. ภาพยนตร์การ์ตูนขึ้นโรงฉายกันมากขึ้น
ในปี2553มีอนิเมชั่นญี่ปุ่นชั้นดีเข้ามาฉายมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากโดราเอม่อนกับโคนันภาคพิเศษที่พวกเราได้ดูกันประจำทุกปีแล้ว ยังมีค่ายDEXที่ใจป้ำ ฉายยูเรก้า7ช่วงต้นปี ก่อนจะฉายทั้งOne Piece Strong World และ Gundam OO : Awakening of the Trailblazerในช่วงปลายปีอีกต่างหาก นับว่าเป็นสัญญาณดีสำหรับวงการภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นในไทยว่ากำลังขยายตัวขึ้นกว่าแต่ก่อนที่มักจะมีภาพยนตร์การ์ตูนจากฝั่งตะวันตกเข้าฉายมากกว่า แถมคราวนี้ ยังมีการขยายไปฉายยังจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพด้วยนะครับ
 
แถมยังมีอนิเมชั่นชั้นดีของฝั่งตะวันตกขึ้นโรงฉายอย่าง How to train your dragon และ Toy Story3ที่ปิดเรื่องราวลงอย่างประทับใจแฟนๆที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกอีกด้วย
หวังว่าในปี2554นี้ จะมีอะไรดีๆให้ดูไม่แพ้ปีที่ผ่านมานะครับ


6. โตเกียวหวิดป่วนกับกฏหมายควบคุมสื่อประเภทการ์ตูน
ยังคงมีความพยายามในการจัดระเบียบความเหมาะสมในการ์ตูนอยู่เป็นระยะๆ บางครั้งข้อกฏหมายที่มีรายละเอียดไม่แน่ชัดก็ไม่ผ่านการพิจารณาไป จนกระทั่งช่วงปลายปี กฏหมายควบคุมสื่อฉบับล่าสุดได้ผ่านการพิจารณาไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาในร่างกฏหมายนั้นค่อนข้างลงตัวในหลายจุดเมื่อเทียบกับฉบับก่อนๆโดยเฉพาะในแง่ของการจำกัดอายุของผู้ชม แต่ยังมีหลายประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตสื่อบันเทิง
พวกเราที่เป็นผู้บริโภคก็ได้แต่รอดูผลกันต่อไป  เพียงแต่ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็คือ มีคนเอาจับประเด็นจากแหล่งข่าวที่ชอบแต่งเติมเนื้อหาให้มีสีสันฉูดฉาดมาขยายความเสียเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างกับโลกจะแตก แล้วใส่อารมณ์กันตามบอร์ดต่างๆกันยกใหญ่
...ทั้งๆทางญี่ปุ่นเอง เขาใช้วิธี"แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสงบ"เช่นการรวมรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วย หรือการที่ผู้ผลิตไม่ร่วมงานโตเกียวอนิเมชั่นแฟร์ รวมถึงการไม่รับรางวัลในงานดังกล่าว แทนการปลุกกระแสแรงๆเดือดๆตามเว็บบอร์ดด้วยซ้ำ

7. DCครบรอบ 75ปี
ในปี2010ถือเป็นปีแห่งการครบรอบ75ปีของสำนักพิมพ์DCคอมิกส์ ซึ่งมีการจัดฉลองและการออกสินค้าที่ระลึกในโอกาสนี้มากมาย ไม่เว้นกระทั่งที่ญี่ปุ่นซึ่งมีนักวาดการ์ตูนกว่า22คนมาร่วมเขียนโปสเตอร์เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย
ส่วนในไทย แม้กระแสนิยมในการ์ตูนอเมริกาจะไม่มากนัก(เพราะส่วนมากเราจะติดตามกันในแบบภาพยนตร์คนแสดงมากกว่า) แต่หลังจากเหตุการณ์Blackest NightและBrightest Dayในปีที่ผ่านมา ได้ทำให้การ์ตูนแนวฮีโร่ของDCเป็นที่สนใจของแฟนๆมากขึ้น พร้อมกับLCการ์ตูนตอนพิเศษที่จบในชุดเป็นระยะๆ เช่นซุปเปอร์/แบทแมนภาค Apocalypseที่เพิ่งวางแผงไปไม่นาน (ขอหนึ่งเสียงให้LC Batman:Under the Redhood อีกซักภาคสิครับ)
พร้อมทั้งนิทรรศการที่แฟชั่นไอส์แลนด์เมื่อปลายเดือนกันยายน ปิดท้ายด้วยนิตยสารPower-Up ฉบับฉลอง75ปีDCที่รวมประวัติโดยย่อของสำนักพิมพ์และเหตุการณ์สำคัญของตัวละครต่างๆไว้เพียบ

8. คุณน้องสาวค้ำCoreมาแรง
มีการสร้างอนิเมจากนิยายดังเรื่องOre no Imouto ga konna ni kawaii ga nai (น้องสาวของผมไม่น่ารักอย่างนั้นหรอก) ซึ่งจับเนื้อหาค่อนข้างใกล้ตัวชาวโอตาคุไม่ว่าเรื่องความชอบอนิเมหรือเกมรวมไปถึงปัญหาเรื่องมุมมองของคนอื่นที่มีต่อตัวโอตาคุ แม้ว่าฉบับอนิเมชั่นจะตัดทอนความแรงของเนื้อหาลงไปบ้าง แต่ความนิยมของเรื่องนี้ก็มาแรงอย่างเกินคาดจนเกิดศัพท์ใหม่คำว่า "ค้ำCore" (ขอสะกดแบบนี้แทนเพื่อป้องกันคำต้องห้ามซึ่งทำให้หลายท่านโดนสังเวยอมยิ้มกันไปแล้ว) ซึ่งมีความหมายในทำนองความรักที่เป็นไปไม่ได้เพราะศีลธรรมมันค้ำคออยู่เนื่องจากในฤดูกาลเดียวกันกับที่เรื่องนี้ฉายได้มีอนิเมแนวท้าทายศีลธรรมประเภทรักต้องห้ามของพี่น้องฉายอีกหนึ่งเรื่อง(แต่แรงระดับเรท18+)จนกระตุ้มต่อมจิ้นกระจายของผู้ชมว่า แล้วเรื่องนี้จะมีอะไรเกินเลยแบบเรื่องนั้นมั้ย โชคดีที่โอเระอิโมะไม่มีอะไรเกินกว่าความห่วงใยของพี่ชายต่อของน้องสาว จึงเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้กว้างกว่าและได้รับความนิยมจนมีสินค้าไปจนถึงภาพแฟนอาร์ตออกมามากมาย
ภาพปกนิยายฉบับที่หนึ่ง ซึ่งถูกนักวาดนำไปวาดล้อเลียนกันทั่วบ้านทั่วเมือง(ไม่เว้นกระทั่งป้ายผ้าประท้วงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ยังมีคุณน้องไปยืนยันเลย)




9. เรื่องวุ่นวายที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
เป็นเรื่องเป็นราวกันอีก เมื่องานแคปซูล อีเวนท์ซึ่งจัดขึ้นที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เมื่อต้นเดือนธันวาคม เกิดเหตุผู้ร่วมงานก่อเรื่องที่ไม่เหมาะสมหลายประการไปจนถึงสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและสถานที่ของโรงพยาบาลซึ่งหลายๆท่านคงทราบรายละเอียดกันไปบ้างแล้ว ผมจึงไม่ขอเอ่ยซ้ำ
หลังจากเกิดเรื่องแล้ว มีการวิพากษ์วิจารย์ตามเว็บบอร์ดต่างๆในเรื่องขอบเขตการกระทำ รวมไปถึงเรื่องขอบเขตการนำเสนอข่าว เนื่องจากมีหลายกลุ่มที่เกรงว่าข่าวที่แพร่ออกไปจะก่อความเสียหายแก่วงการการ์ตูนในไทย ในขณะที่บางกลุ่มเห็นว่าควรรับความจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุงามหน้าขึ้นอีก
ล่าสุดทางเว็บของผู้จัดงาน http://otakumagazine.net/ ได้สรุปปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นออกมาจำนวน10ข้อเรียบร้อยแล้ว
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่เป็นคนรักการ์ตูนช่วยกันสอดส่องดูแลกันหน่อย ไม่ว่าจะสนุกแค่ไหนก็ควรมีขอบเขตที่พอดีครับ หากเกิดปัญหาเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาอีก ไม่ต้องโทษสื่อหรือคนกระจายข่าวหรอกครับ โทษคนทำนี่แหละ
ของแถม แบนเนอร์รณรงค์สนุกแต่พอดี ของคุณSeaksonแห่งบอร์ดTirkx ผมขอเลือกมาหนึ่งอันครับ


10. มีอะไรไทยๆไปอยู่ในการ์ตูนต่างประเทศอีกแล้วครับ
ที่เรียกเสียงเฮฮาและฮือฮาที่สุด คงไม่พ้น คาเมนไรเดอร์โอส์  ซึ่งร้านอาหารในเรื่องจะจัดแต่งร้านเป็นธีมต่างๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนที่11และ12มีการจัดร้านแบบไทยๆมีทั้งชุดไทยรวมไปถึงการพูดว่า"ไม่เป็นไร"อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอีกเล็กน้อยเช่นคำว่าผัดไทยในเรื่องSoredemo machi ga mawatteiru (เมืองวุ่น คนวาย และสาวเมด)

หรือแม้แต่มุกสั้นๆอย่างThai FighterในFamily Guy (อันนี้ไปหาคลิปดูในยูทุบเอาเองเถอะครับ ผมไม่ขอสปอยล์ แต่ พูดไทยได้ชัดถ้อยชัดคำมาก)
และที่ลืมไม่ได้ก็คือ ในการ์ตูนของDC Comicชุด Brightest Day : Birds of Prey ได้ใช้กรุงเทพเป็นฉากสำคัญในการดำเนินเรื่องถึงสองตอนในชื่อตอน TWO NIGHTS IN BANGKOK โดยในเนื้อเรื่องได้กล่าวถึงทีมนักปราบอาชญากรรมที่มีชื่อเรียกเป็นนกต่างๆ ต้องเดินทางมากรุงเทพเพื่อตามหาสมาชิกที่ออกจากทีมไป ซึ่งในเรื่องเราจะได้เห็นสนามบินสุวรรณภูมิ วิชากระบี่กระบอง รำไทย แต่ที่ถูกใจผมที่สุดคงเป็นมุก"น้ำใจไทยมุง"ที่แม้แต่ฮันเตรสยังชมว่า
“การสู้กันข้างถนนถือเป็นเรื่องปกติในกอธแฮม”
“แต่ฉันต้องยอมรับว่าเพิ่งจะเคยเจอคนเดินถนนที่ยอมเสี่ยงเข้ามาช่วยฉันแบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ”
“ถ้าฉันเอาชีวิตรอดจากครั้งนี้ไปได้ ฉันอาจลองคิดเรื่องย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ได้”



ผู้สนใจ สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้ที่
http://www.comics66.com/?p=2821
http://www.comics66.com/?p=3017

ขอจบบทความประจำปีแต่เพียงเท่านี้  แม้ในปี2553ที่ผ่านมาจะมีเรื่องราวมากมายทั้งร้ายทั้งดี แต่ขอให้ทุกคนผ่านพ้นปัญหาใหม่ๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยความอดทน และขอให้มีน้ำใจต่อกันและกันเสมอ ไม่เหือดหายไปกับเปลวไฟหรือถูกพัดไหลไปกับกระแสน้ำแรงๆครับ
สวัสดีปีใหม่2554 สวัสดีปีกระต่ายครับ



Edit ผมแก้ไขชื่อหัวข้อและคำผิดเพิ่มเติมแล้วครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจทานครับ

edit @ 7 Jan 2011 19:33:40 by Jin จอมเวทแว่นหนา

edit @ 7 Jan 2011 19:40:35 by Jin จอมเวทแว่นหนา



Jin จอมเวทย์แว่นหนา
View full profile